คิดฮอดบ้าน..ปั่นจักรยานไปใส่เบ็ดนอนนา

16 ก.พ. 2016 , 2,838 Views   , หมวดหมู่ ทุกหมวดหมู่ นอกจากนั้น   ,


11130088_10205631787946948_2669622406025963728_n

03 ธันวาคม 2551

วันนี้เป็นวันที่ขี้เกียจทำงานอีกวันนึง…เลยนั่งดูรูปเล่น ไปเจอรูปนึง คนที่โพตรูปเขาเรียกไม่ถูกว่าเป็นเขียดหรือว่าปาด แต่ที่แน่ๆๆบ้านนาธานเรียกว่า เขียดตะปาด ;D

นั่งดูเขียดตะปาดอยู่นานเลยจินตนาการย้อนกลับไปสมัยตอนอยู่ซัก ม.ต้น นึกถึงตอนปั่นจักรยานไปใส่เบ็ดที่นาท่ง (นาที่อยู่ไกลออกจากหมู่บ้านไปซัก 5 กิโล) รู้สึกแป๊บๆๆในห้วงของความคิด…ความรู้สึกเดิมที่เกือบจะลืมไปแล้วได้กลับมาอีกครั้ง…ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มานั่งอยู่หน้าคอมฯอยู่ในออฟฟิต ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองกรุงในขณะนี้ (ซึ่งเป็นที่สุขกายแต่ไม่อบอุ่นใจ)

เย็นวันศุกร์หลังเลิกเรียน…เปลี่ยนชุดนักเรียนเสร็จก็แบกจอบกับกะคุ(ถัง)ไปวัดเก่า (แต่ก่อนเคยเป็นวัดตอนนี้เป็นที่ราบโล่งๆเหมาะในการดำรงชีวิตของไส้เดือน)แล้วก็บรรจงขุดใส้เดือนเพื่อที่จะเอาไปเป็นเหยื่อในการใส่เบ็ด ปริมาณใส้เดือนที่ต้องการก็ขึ้นอยู่กับว่าจะใส่เบ็ดกี่หลัง(คัน) และชนิดของไส้เดือนก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเอาไปเป็นเหยื่อของอะไรปลาหรือว่ากบ ถ้าใส่เบ็ดกบนิยมไส้เดือนตัวใหญ่ๆตัวยาวๆ ถ้าเบ็ดปลาก็นิยมตัวเล็กๆหรือไม่ก็ต้องตัดเป็นชิ้นๆพอให้ปลากินได้ ถ้าใส่เบ็ดแบบนอนค้างคืนอย่างน้อยก็ต้องเอาเบ็ดไปด้วยไม่ต่ำกว่า 50-100 หลัง(คัน)

3

พอได้เหยื่อในปริมาณที่เพียงพอแล้วก็อาบน้ำแต่งแต่งตัวเตรียมอุปกรณ์
1.หม้อแบต…ต้องชาตแบตเตอร์รี่ให้เต็ม โดยเอาไปชาตที่ร้านค้าพร้อมเติมน้ำกรดให้เสร็จสับ เสียตังค์ประมาณ 10 บาทรึเปล่าจำไม่ได้แล้ว..(ไม่ได้ใ่ส่เบ็ดนานความจำเริ่มเลือนลาง) อีกอันนึงที่ขาดไม่ได้คือหัวเทียน ช่วงนั้นถ้าใครมีหัวเทียนแบบสปอตไรแสงจะเป็นสีขาวๆๆสว่างมากๆๆก็จะดี ต้องมีสำรองไปด้วยอย่างน้อย 1-2 อัน เพื่อป้องกันหัวเีทียนบอดจะได้มีอันใหม่มาทดแทน
2.ค้อง..อุปกรณ์สำหรับใส่ปลาหรือกบ
3.รองเท้าบูต..เอาใว้กันสัตว์มีพิษเช่น งู ตะขาบ แม้กระทั่งกันมดแดง หนาม ฯลฯ พร้อมทั้งกันไม่ให้ขาถูกน้ำเีดี๋ยวมันจะหนาวจะคัน
4.กางเกงขายาวเสื้อแขนยาว..เอาใว้กันหนาว กันยุง
5.ยาจุดกันยุง..เอาใว้กันยุง
6.มีด เอาใว้ตัดไม้ แหวะปลามาปิ้งเพื่อทำเป็นอาหารเย็น
7.ข้าวเหนีียว เอาใว้กินกับปิ้งปลา เกลือเอาใว้หมักปลา ปลาแดกบองเอาใว้กินกับข้าวเหนียวกับปิ้งปลา
8.ไม้ขีดไฟ..เอาใว้ก่อไฟ
9.ที่ลืมไม่ได้ก็คือเบ็ดและก็กะคุหรือกระป๋องเล็กๆเอาใว้ใส่เหยื่อ(ไส้เดือน)…หุหุ
10.เหล้าขาว..อันนี้มีหรือไม่มีก็ได้แล้วแต่ความต้องการ ส่วนมากจะไปซื้อระหว่างทาง ถ้าเตรียมใว้ตอนนี้พ่อจะรู้…อิอิ ;D

เมื่อเตรียมอุปกรณ์แต่งตัวเสร็จก็เอาอุปกรณ์ทุกอย่างขึ้นจักรยานคู่ใจ ปั่นออกไปพร้อมกับเพื่อนคู่ใจไปนาท่ง ออกเิดินทางซักประมาณ 4 โมงเย็น ถึงนาท่ง ก็ประมาณ 5 โมงเย็น ซึ่งถือว่าเริ่มจะค่ำแล้วต้องรีบหาทำเลเหมาะๆใส่เบ็ด แล้วก็ตกลงกันว่าใครจะใส่่เบ็ดไปคันแทนาตรงไหนเพื่อไม่ให้ใส่เบ็ดซ้อนกัน แล้วก็ลงมือใส่เบ็ด จะใส่ตรงไหนห่างกันระยะเท่าไหร่ ใส่ฝั่งไหนของคันแทนา อธิบายไม่ได้มันรู้เอง..อิอิ ถ้าใส่เบ็ดในช่วงออกพรรษาบางทีก็จะมีโคมไฟลอยมา ให้วิ่งตามตามปะสาเด็กน้อยน่ารัก…อิอิ

12

เสร็จสับก็ประมาณซัก 6 โมงถึง ทุ่ม แล้วก็ออกไปหาฟืนก่อไฟใกล้ๆกับเถียงนาน้อย ที่โคนต้นพุทรา กินเหล้าขาวรอยามเบ็ดเที่ยวแรก พูดคุยเรื่อยเปื่อยตามปะสา แต่ก็หนีไม่พ้นเรื่องพุสาว แต่อย่างว่าหละ ได้แต่คุยไม่เคยลงมือทำ..แบบว่าจีบสาวไม่เป็น..อิอิ

ซักประมาณสองทุ่มกว่าๆก็ได้ฤกธิ์งามยามดีถือหม้อแบต ค้อง พร้อมกับกระป๋องเหยื่อ ออกไปยามเบ็ด ช่วงเวลานี้หละ…เป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้น…อิอิ

ถ้าเห็นเบ็ดมันโอนเอนไหว..ดึงดืดๆๆๆ แสดงว่าปลาติดเบ็ดแล้ว…ภาวนาอย่าให้เป็นปลาเข็ง(ปลาหมอ) (แต่ส่วนมากคำภาวนาไม่ค่อยจะเป็นจริง..อิอิ ) เบ็ดโอนเอนดึงดืดๆๆเบาๆแสดงว่าปลาเข็ง โอนเอนแรงๆเป็นจังหวะแสดงว่าปลาดุก โอนเอนแรงๆแบบน้ำกระจายไม่เป็นจังหวะแสดงว่าปลาช่อน หากเบ็ดพันกอข้าวแบบคันเบ็ดจมอยู่ในน้ำ..อันนี้น่าคิด..อิอิ อาจจะเป็นปลาไหลหรือไม่ก็งู …

จากนั้นก็ค่อยๆดึงเบ็ดขึ้นมาช้าๆๆ หากเบ็ดพันกอข้าวอยู่ก็ให้ค่อยๆเอามือเลื่อนไปข้างล่างช้าๆๆเพื่อปลดสายเบ็ดที่พันกอข้าว….แต่ถ้าเห็นว่าปลาที่มันติดเบ็ดมันตัวใหญ่.. ;D ไม่ต้องสนใจกอข้าวครับถอนมันออกมาเลย 55 แต่บางทีความตื่นเต้นอาจจะกลายเป็นความน่ากลัว หากไอ้ตัวที่มันติดเบ็ดมันไม่ใช่ปลาแต่มันเป็นงู..แต่เราไม่รู้ว่ามันเป็นงูแล้วเข้าใจผิดว่ามันเป็นปลาแล้วเอามือไปจับมันมานี่ดิ…55 ความรู้สึกตอนนั้นไม่อยากอธิบาย 😮

วิธีการเอาปลาออกจากเบ็ดก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าปลาอะไร ถ้าปลาเข็งก็ไม่ต้องพิถีพิถัน ปลาดุกก็ระวังหน่อยระวังมันจะตอดเอามันจะมีวิธีจับอยู่ไม่ขออธิบาย..อิอิ ส่วนปลาช่อนต้องออกแรงจับหน่อยเพราะมันแรงเยอะ แต่ถ้าเป็นปลาไหลหละไม่ต้องไปเอาเบ็ดออกหรอก..ตัดสายเบ็ดเลยเพราะมันเอาออกไม่ได้แต่ต้องจับดีๆเพราะว่ามันลื่นจับยาก ถ้างูก็เอาเบ็ดทิ้งเลย 5555555

บางที ความรู้สึกกลัวอีกอันนึงก็แว๊บเข้ามาทำให้เสีียวสันหลัง ฟ้าเริ่มร้อง ลมเริ่มพัดแรงๆใบข้าวพริ้วไหวกระทบกันเกิดเสียงดังพรืดๆๆๆๆ…ชวนขนขาลุก ฝนเริ่มตกปรอยๆๆ ยามเบ็ดใต้โคนต้นไม้ใหญ่ๆ ประกอบกับหัวเทียนหม้อแบตติดๆดับๆ ในยามที่ต้องการเพื่อนมันก็ไม่รู้ไปอยู่ไหน หากจะคิดหาหน้าพุสาวไม่ให้นึกถึงบรรยากาศตอนนี้ก็ไม่มีพุสาวให้คิดหา และแล้วจินตนาการอันโหดร้ายก็แทรกเข้ามา ” ถ้าหากมีหัวคนมาติดเบ็ดเราทำไงดีหว๋า” ….ไม่อยากจะคิด ::)

14

พอยามเบ็ดเสร็จก็เลือกปลาออกมาแชร์กัน เอามาปิ้งเป็นอาหารเย็น ส่วนมากก็จะเลือกปลาเข็งกับปลาตัวเล็กๆ..อิอิ ตัวใหญ่ๆเอาใว้ในค้องไปแช่น้ำใว้ แต่ต้องเอาไ้ม้คัดปากค้องใว้กันปากค้องเปิดเดี๋ยวปลามันกระโดดออกหมด ระหว่างรอปิ้งปลาก็ก้งเหล้าขาวไปด้วย ;D กินข้าวกินปลาเสร็จก็นั่งสูดบรรยากาศ ชมดาวชมจันทร์กลางท้องทุ่งนา…ขอบอกว่าบรรยากาศสุดยอด ;D

จากนั้นดึกหน่อยซักเที่ยงคืนตีหนึ่งก็ไปยามอีกรอบ เป็นรอบสุดท้าย…หลังจากยามเบ็ดรอบสุดท้ายเสร็จก็กลับมานอนพักผ่อนข้างกองไฟ ช่่วงนี้เริ่มทรมาน ลมหนาวเริ่มพัดต้องผิวกาย ความคันก็เริ่มมาเยือน เสียงยุงเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆๆ แต่ด้วยความเหนื่อยล้าผสานกับฤทธิ์ของแอลกอฮอลก็ทำให้ หลับ….

ซักประมาณตี 4-5 ก็จะตื่นขึ้นมาเองอัตโนมัติ(เป็นปกติอิอิ) เอาน้ำในนามาลูบหน้าลูบตาพอให้สดชื่น ลูบเยอะไม่ได้ หนาวววว…แล้วก็เริ่มกู้เบ็ดถ้าใครยังไม่ได้ปลาซักตัวนี่คือความหวังสุดท้าย…อิอิ แต่หากไม่ได้จริงๆคนที่ได้ก็จะแบ่งให้ส่วนหนึ่งเป็นน้ำใจเพื่อเอาไปทำกับข้าวเลี้ยงพ่อแม่

พอกู้เบ็ดเสร็จก็ปั่นจักรยานริมคูน้ำชมพระอาทิตย์ขึ้น สูดบรรยากาศยามเช้า แสงพระอาทิตย์สาดส่องไปกระทบกับน้ำค้างบนใบข้าวเป็นประกาย…สวยงาม

………………………………………………

คิดฮอดบรรยากาศเก่าๆๆ มีโอกาศกลับบ้านได้ไปใส่เบ็ดจะถ่ายรูปบรรยากาศมาให้เพื่อนๆดู…อิอิ

9